วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

ฟาร์มโชคชัย - จังหวัดนครราชสีมา


ฟาร์มโชคชัย - จังหวัดนครราชสีมา




ท่องเที่ยวฟาร์มโชคชัย (Agro Tour)สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพียง 159 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ที่จะนำทุกท่านเข้าร่วมสัมผัสกลิ่นไอของการทำฟาร์มโคนมมาตรฐานขนาดใหญ่ในสถานที่ประกอบการจริงโดยมีผู้นำชมตลอดรายการ
- ชมวิดีทัศน์ประวัติความเป็นมากว่า 40 ปี ของฟาร์มโชคชัย
- ก่อนเข้าสู่ฟาร์มทุกท่านจะต้องผ่านละอองสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจติดมากับเสื้อผ้าและรองเท้า ก่อนเข้าสู่ฟาร์ม
- พิพิธภัณฑ์เครื่องจักรเก่าซึ่งรวมรถที่มีความสำคัญในการบุกเบิกและพัฒนาจนมาเป็นฟาร์มโชคชัยในปัจจุบัน
- เข้าถึงกระบวนการสาธิตการรีดนมด้วยเครื่องรีดนมอัตโนมัติและการสาธิตการรีดนมด้วยมือ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การรีดนมด้วยมือคุณเอง
- รับฟังการบรรยายกระบวนการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และไอศกรีมที่โรงงานผลิตนม ลิ้มลองผลิตภัณฑ์คุณภาพจากคุณค่านมสดแท้ ๆ ในแบรนด์ อืม!..มิลค์
- สัมผัสทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์ในท้องทุ่งกว้างโดยขบวนรถฟาร์มแทรกเตอร์ชมคอกแม่โคพันธุ์ดี รับรู้เรื่องพืชอาหารสัตว์ และการหมุนเวียนทรัพยากรน้ำภายในฟาร์ม
- สนุกสนานกับเกมการละเล่นนานาชนิดในวิถีชีวิตแบบคาวบอย ตื่นตาตื่นใจกับการต้อนโคสไตล์คาวบอย ในบรรยากาศท้องทุ่งเลี้ยงสัตว์เขียวขจี ค้นพบประสบการณ์ขี่ม้าที่ให้คุณโพสท่าเป็นคาวบอยได้อย่างจุใจ
- หฤหรรษ์กับการแสดงอันน่ารักของสุนัขต้อนแกะ และชมการฝึกสุนัขนานาพันธุ์ สนุกสนานเพลิดเพลินที่สวนสัตว์เปิดขนาดย่อม กับหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การป้อนอาหารกวาง กระต่ายและการป้อนนมลูกโคตัวน้อย รวมทั้งการแสดงของสัตว์แสนรู้ อีกมากมายที่คุณต้องประทับใจ
- แวะอิ่มอร่อยด้วยสเต็คเลิศรสหลากเมนู ที่โชคชัยสเต็คเฮ้าส์ หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่สเต็คเบอร์เกอร์ เนื้อนุ่มเต็มคำ ฝีมือคนไทยและปิดท้ายด้วยผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ และไอศกรีมนมสด อืมม!..มิลค์ พร้อมเลือกสรรของที่ระลึกสไตล์คาวบอยที่โชคชัยซูวีเนียร์
กำหนดการเข้าชม
อัตราค่าเข้าชมฟาร์ม
ผู้ใหญ่ : 200 บาท เด็ก : (สูงไม่เกิน 140 ซ.ม.) 100 บาท
เปิดเข้าชมเป็นรอบ
วันอังคารถึงวันศุกร์ 10.00 น. / 14.00 น.
ทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดต่อเนื่อง
09.00 น. / 10.00 น. / 11.00 น. / 13.00 น. / 14.00 น. / 15.00 น.
หมายเหตุ :
1. วันเวลาและกิจกรรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และอาจเปิดรอบเสริมได้
2. เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชม
3. หยุดทุกวันจันทร์
4 ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม.ครึ่งต่อ 1 รอบ
5. รับได้จำนวนจำกัดเพียง 80 ท่านต่อรอบ
ตรวจสอบเวลาและซื้อบัตรล่วงหน้า
- สำนักงานใหญ่ โทร. 0-2532-2846 ต่อ 150-157
- ฟาร์มโชคชัย โทร. 0-4432-8485 ต่อ 116 หรือ 0-4432-8386
- โชคชัย (ไพร์ม) สเต็คเฮ้าส์ ซอยเชื่อมระหว่างสุขุมวิท 21 -23 โทร. 0-2259-9596-7

ปราสาทนางรำ

ปราสาทนางรำ ตั้งอยู่ที่บ้านนางรำ ตำบลนางรำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ประมาณ 62 กิโลเมตร จนถึงแยกบ้านวัด เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 207 ไปประมาณ 22 กิโลเมตรถึงบ้านหญ้าคา (หรือก่อนถึงตัวอำเภอประทาย 11 กิโลเมตร) จากนั้นเลี้ยวซ้ายทางเข้าวัดปราสาทนางรำอีก 4 กิโลเมตร ชื่อ ปราสาทนางรำ มาจากว่า เดิมเคยมีรูปนางรำ เป็นหินสีเขียวทำแบบเทวรูป อยู่ทางทิศตะวันตกของวิหารห่างไป 1.5 กิโลเมตร ปัจจุบันเหลือแต่ร่องรอยของเทวสถานและแท่นหิน ปราสาทนางรำเป็นโบราณสถานสมัยขอมที่เรียกว่าเป็น อโรคยาศาล (โรงพยาบาล) สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถาน 2 กลุ่มตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน กลุ่มปรางค์ที่สมบูรณ์กว่าหลังอื่น


ประกอบด้วยปรางค์องค์กลาง มีมุขยื่นออกไปข้างหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทมีวิหารก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ ส่วนซุ้มโคปุระหรือประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออก มีแผนผังเป็นรูปกากบาท นอกกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง ถัดจากปราสาทนางรำไปทางทิศใต้ มีปราสาทอีก 3 หลังเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ ซึ่งเหลือเพียงฐานและมีกรอบประตูและทับหลังหินทรายตั้งแสดงอยู่ มีกำแพงศิลาแลงและคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบ  

ประตูชุมพล

ประตูชุมพล ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองหน้าด่านเมื่อ พ.ศ. 2199 อันเป็นปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา และสร้างกำแพงประตูเมืองอย่างแข็งแรง โดยมีช่างชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมิตรประเทศกับกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบผังเมือง เมืองนครราชสีมาในขณะนั้นมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1,000 x 1,700 เมตร เดิมมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู


ได้แก่ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูไชยณรงค์ด้านทิศใต้ และประตูชุมพลด้านทิศตะวันตก ปัจจุบันเหลือเพียงประตูชุมพลเท่านั้นที่เป็นประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสามประตูได้สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะประตูชุมพลเป็นประตูเชิงเทิน ก่อด้วยหินก้อนใหญ่และอิฐ ฉาบด้วยปูน ส่วนบนเป็นหอรบสร้างด้วยไม้แก่นหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้า กระจังและนาคสะดุ้ง กำแพงต่อจากประตูทั้งสองข้างก่อด้วยอิฐ ส่วนบนสุดทำเป็นรูปใบเสมา

วัดป่าหลักร้อย

 วัดป่าหลักร้อย
วัดป่าหลักร้อย สถานที่ท่องเที่ยวอีกที่จะแนะนำ เป็นวัดครับ แต่ไม่ใช่วัดธรรมดาเป็นวัดที่จัด แสดงให้เราได้รับรู้เรื่องของ นรกและสวรรค์
ทางวัดสื่อ ออกมาให้ได้รับรู้  ในการทำดี และทำชั่ว ผลที่ได้รับจะเป็นในรูปแบบใดบ้าง ให้เห็นเป็นรูปธรรม ตามแนวความเชื่อทาง พระพุทธศาสนา  มีทังเป็นส่วน เทพเจ้าของจีน อินเดีย ไทย  ดินแดนนรก ดินแดนสวรรค์ ในแบบของรูปป้น 
การเดินทางไม่ไกลครับ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 km.เส้นทางสายโคราช - โนนไทย ก่อนถึงอำเภอโนนไทย 3 km. อยู่ ด้านช้ายมือนะครับ ถ้าผ่านเส้นทางนี้อย่าลืมแวะนะครับ เพื่อการเข้าวัดป่าหลักร้อย อาจจะให้อะไรดีๆแก่เรา และมันอาจเป็นสิ่งดีๆที่แฝงอยู่กับสิ่งที่ทางวัดนำเสนอ ออกมาให้เราได้รับรู้นะครับ

สวนสัตว์นครราชสีม



 สวนสัตว์นครราชสีมา



สวนสัตว์นครราชสีมา ซาฟารีเมืองไทย สวนสัตว์ที่ยิ่งใหญ่แห่งภาคอีสาน เป็นสวนสัตว์ที่มีความทันสมัยและการจัดการที่ได้มาตรฐานที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ตั้งอยู่ห่างจาก ตัวเมือง 13 กม. มีพื้นที่ 545ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบดินลูกรัง มีการปรับพื้นที่เป็นลูกคลื่นทำให้มองดูคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนา จึงได้มีการนำสัตว์จากแอฟริกามาจัดแสดง
ตั้งอยู่เลขที่
111 หมู่1 ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา  
โทร. (044) 934-537-8 โทรสาร (044) 934-537
เวลาทำการ 08.00-18.00 น. ทุกวัน
อัตราค่าเข้าชม
ชาวไทย
ผู้ใหญ่ 70 บาท ปวส.-มหาวิทยาลัย 30 บาท เด็กเล็ก-ปวช. 15 บาท ครู ทหาร ตำรวจ (ในเครื่องแบบ) 30 บาท ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) คนพิการ พระภิกษุ สามเณร ชมฟรี
ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
บริการทั่วไปรถไฟเล็ก , จักรยานนาวา , จักรยานให้เช่า , ร้านขายของที่ระลึก , ร้านอาหาร
การเดินทาง
ขับรถมาทางเส้นถนนราชสีมา-ปักธงชัย ประมาณ 1.3 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ประตูทางเข้าอยู่ซ้ายมือ
สิ่งที่น่าสนใจ สวนสัตว์นครราชสีมาพลาซ่าและลานเอนกประสงค์ เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจในลักษณะของการจัดปิกนิค หรือรับประทานอาหาร พักผ่อนใต้ร่มไม้ นอนอ่านหนังสือ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่สมาชิกในครอบครัวร่วมกันทำ เช่น การนำอาหารมาทานนอกบ้าน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นสนามหญ้าโล่ง รายรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ จัดภูมิทัศน์ไว้อย่างสวยงาม
มีศาลาไทยพักร้อน 2 หลัง ตรงกลางมีสนามหญ้าสำหรับรองรับกิจกรรม ลานน้ำพุ อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์ ต่อเนื่องไปยังอุทยานสัตว์โลกล้านปีทางด้านหลังด้วย 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ มีลักษณะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมทรงไทย 2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลสัตว์สำคัญๆ ของสวนสัตว์ไว้ เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาของเยาวชน ในลักษณะนิทรรศการภาพกล่องไฟ (ดูราแทน) โมเดลจำลองพื้นที่สวนสัตว์และกระดานข้อมูลข่าวสาร หรือบอร์ดนิเทศ นอกจากนี้ในอาคารยังเป็นห้องส่งกระจายเสียงตามสาย
ครอบคลุมพื้นที่ 545 ไร่ ของสวนสัตว์ มีโทรทัศน์ติดตั้งทั้ง 4 มุมของอาคาร มีระบบเสียงเพื่อรองรับการทำกิจกรรมต่างๆ 
อุทยานสัตว์โลกล้านปี มีพื้นที่กว่า 4 ไร่ ออกแบบตกแต่งและจัดแต่งภูมิทัศน์ให้คล้ายกับดินแดนย้อนยุค ภายในพื้นที่จัดสร้างหุ่นจำลองไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ขนาดใกล้เคียง
ของจริงกว่า 20 ชนิด มีทั้งประเภทกินพืชที่เราคุ้นเคยอย่างเจ้าสูงใหญ่ คอยาว รูปร่างใหญ่ยักษ์ คือ บราคิโอซอรัส และประเภทกินเนื้อที่ดุร้ายอย่างไทรันโนซอรัส ซึ่งเด็กๆ
ชื่นชอบเป็นพิเศษ โดยแต่ละชนิดจะมีชื่อยุคที่ค้นพบ แหล่งที่ค้นพบ และข้อมูลอื่นๆ เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับเด็ก และผู้สนใจทั่วไป  

     อาคารสัตว์เลื้อยคลาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนจัดแสดงชนิดงูต่างๆ ทั้งมีพิษและไม่มีพิษขนาดเล็กกว่าดินสอไปจนขนาดใหญ่ เช่น งูหลามและงูเหลือม โดยเฉพาะงูหลามทอง สีสันแปลกและหายาก นอกจากนี้ยังเชื่องสามารถมาพาดคอถ่ายรูปได้ด้วย หรืองูจงอาง (King Cobra) ซึ่งยาวเกือบ 5 เมตร กินงูสดๆ ทั้งตัวเป็นอาหาร หาดูได้ยากเหมือนกัน การชมงูที่นี่จะชมผ่านกระจกหนา ก่อสร้างแข็งแรงรับรองความปลอดภัย ส่วนนี้เป็นการจัดแสดงภายในอาคาร (Indoor) ส่วนที่ว่างตรงกลางจะเป็นสวนหย่อม
ลักษณะโอเอซีส (Oasis) มีต้นไม้ใบหญ้า แหล่งน้ำสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานอีกประเภทหนึ่ง คือ กลุ่มของอีกัวนา ตะกวด เหี้ย ตุ๊ดตู่ 
สวนสัตว์นครราชสีมา ซาฟารีอีสาน ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 545 ไร่ มีการแสดงสัตว์ป่านานาชนิด อยู่ในความดูแลทั้งหมดประมาณ 1,800 ตัว เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเหมาะสมตามหลักภูมิศาสตร์ การนำสัตว์จากแอฟริกามาจัดแสดงได้แก่ "The Big Five" 5สัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งหญ้าแอฟริกา ได้แก่สิงโต เสือดาว-เสือดำ ช้างแอฟริกา แรดขาว ควายป่าแอฟริกา นอกจากนั้นยังมียีราฟ ม้าลาย กลุ่มแอนติโลป ครอบครัวลิงซิมแปนซีใหญ่ที่สุด การแสดงแมวน้ำ มหาวิทยาลัยแมวน้ำแห่งแรกในประเทศไทย อาคารสัตว์หากินกลางคืน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ศูนย์ประชุมสัมมนา บ้านพักริมสระน้ำ


ผาเก็บตะวัน


ผาเก็บตะวัน
ผาเก็บตะวัน ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 11 (ไทยสามัคคี) ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างจากถนนหมายเลข 304 ประมาณ 13 กม. ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถ ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น และเป็นที่ตั้งของ หลักแบ่งเขตจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา ที่ใหญ่ที่สุด และยังเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก อีกด้วย

พระอาทิตย์อัสดงตรงผาเก็บตะวัน วิวนี้เป็นภาพที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของการชมพระอาทิตย์ตกที่วังน้ำเขียวสำหรับในฤดูหนาวอาจจะมีลุ้นได้ชมทะเลหมอกตอนเช้าก็ต้องไปหาจุดชมวิวสวยๆ นั่งรอกัน

เก็บตะวัน นี่เองเป็นที่มาของคำว่าเก็บตะวัน คือเอาหนังสะติ๊กยิงพระอาทิตย์ ซะเลย การมาปลูกป่าของเราในบางครั้งก็เลือกที่จะมาเย็นๆ รอชมพระอาทิตย์ตกก่อนค่อยเดินทางเข้าที่พักที่วังน้ำเขียว กิจกรรมการปลูกป่าจนถึง เมษายน 2554 ที่ไปมาล่าสุดก็ยังคงใช้หนังสะติ๊กแต่เปลี่ยนเป็นแบบมีราวติดตั้งด้านหนังสะติ๊กอย่างแน่นหนาสำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นเดี๋ยวอาจจะเกิดอันตรายได้ แต่ก็ยังมีแบบถือให้ยิงกันถนัดๆ สำหรับคนที่ใช้มันเป็น

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเขาใหญ่


น้ำตกเหวนรก

เป็นน้ำตกที่เกิดจากคลองท่าด่าน น้ำตกเหวนรกเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นน้ำตกที่มีความสูงและสวยงามมากแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่เดิมก่อนที่จะมีการตัดถนนสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่นั้น จะต้องเดินเท้าเข้ามาโดยใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง แต่หลังจากตัดถนนสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่เสร็จแล้ว ถนนตัดผ่านใกล้น้ำตกเหวนรกมาก โดยมีลานจอดรถห่างจากตัวน้ำตกเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ระหว่างทางสามารถเดินชมธรรมชาติอันสวยงามสองข้างทางได้ เมื่อถึงตัวน้ำตกจะมีบันไดลงไปอีกราว 50 เมตร ซึ่งค่อนข้างแคบและชัน แต่เมื่อลงไปถึงจุดชมวิวก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกได้อย่างสวยงาม หากไปในฤดูฝนมีน้ำมาก ละอองน้ำจะกระเซ็นต้องกับแสงอาทิตย์เป็นสายรุ้งอย่างงดงาม แต่หากมาชมในหน้าแล้งนั้นอาจต้องผิดหวังเพราะไม่มีน้ำ เห็นแต่เพียงหน้าผาแห้งๆ เท่านั้น
ระหว่างทางเดินมายังน้ำตกเหวนรกนี้ จะสังเกตเห็นแนวคันปูนเป็นระยะ สร้างขึ้นเพื่อป้องกันช้างพลัดตกไปยังน้ำตก ตั้งแต่ในปี 2530 จะมีช้างตกลงไปยังผาข้างล่างปีละเชือกหรือสองเชือกเสมอ และในครั้งใหญ่ที่สุดปี 2535 มีช้างโขลงหนึ่งจำนวน 8 เชือกหลงเข้ามาและถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปตายหมด ทางอุทยานแห่งชาติจึงได้สร้างแนวป้องกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายแก่ช้างป่ามิให้เกิดขึ้นอีก
ในความเป็นจริงแล้ว น้ำตกเหวนรกนั้นมีอยู่ 2 ชั้น ที่ได้ชมนี้เป็นชั้นที่ 1 โดยมีความสูงของตัวน้ำตกประมาณ 50 เมตร ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 นั้นอยู่ห่างออกไป ซึ่งชั้นที่สองนี้มีความสูงมากกว่าชั้นแรกเสียอีก ในความเป็นจริงแล้วมีเส้นทางสำรวจป่าของทางอุทยานเพื่อไปยังผาอีกด้านหนึ่งเพื่อชมทัศนียภาพของน้ำตกชั้นที่สองและสามแต่ไม่ได้เปิดให้เข้าชมโดยทั่วไปเนื่องจากเป็นทางเข้าไปในป่าดิบ มีสัตว์ป่าออกหากินตลอด หากต้องการเข้าชมควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานนำทางเข้าไปเพื่อความปลอดภัย และหากต้องการชมทัศนียภาพของน้ำตกชั้นที่ 2 และ 3 ให้สวยงามที่สุด ควรเดินทางมาชมในช่วงกันยายนหรือตุลาคม เนื่องจากจะมีน้ำมาก ตกลงมาเป็นละออง และหากมาชมในช่วงเวลา 10 นาฬิกา จะเป็นเวลาพอเหมาะที่แสงอาทิตย์ตกกระทบกับละอองน้ำตกเกิดเป็นสายรุ้ง โดยรวมความสูงของน้ำตกชั้นที่ 2 และ 3 นี้ประมาณ 150 เมตร

น้ำตกเหวสุวัต

บางคนกล่าวไว้ว่า ชื่อน้ำตกเหวสุวัตนี้ เกิดจากมีโจรชื่อสุวัต หนีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาจนมุมยังน้ำตกแห่งนี้ เลยตัดสินใจกระโดดลงมายังแอ่งน้ำเบื้องล่าง แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน เป็นเพียงเรื่องเล่าต่อๆ กันมาเท่านั้น
เป็นน้ำตกอีกแห่งที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเกิดจากห้วยลำตะคองไหลตกผ่านหน้าผาสูงราว 25 เมตร และมีแอ่งน้ำทางด้านล่างเหมาะแก่การเล่นน้ำเป็นอย่างมาก แต่ทางอุทยานแห่งชาติได้มีป้ายประกาศว่าห้ามเล่นน้ำไว้เนื่องจากกลัวอันตรายว่าจะมีน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน ในฤดูฝนสายน้ำที่ตกลงมาจะเป็นละอองกระจายเต็มไปหมด ทำให้รู้สึกสดชื่นเย็นสบาย แต่หากมาในฤดูน้ำน้อย จะสามารถเดินลัดเลาะเพื่อเข้าไปยังโพรงถ้ำเล็กๆ ใต้หน้าผาน้ำตกได้
สำหรับห้วยลำตะคองนี้ หลังจากผ่านน้ำตกเหวสุวัตแล้ว ยังมีน้ำตกเหวไทรและน้ำตกเหวประทุนที่อยู่ลึกเข้าไปอีก แต่จะต้องเดินผ่านป่าลึกฝ่าดงทากเข้าไป ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเนื่องจากในป่าลึกนั้นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจพลัดหลงได้ง่าย
จุดชมวิวผาเดียวดาย
อยู่บนยอดเขาเขียว สามารถขับรถยนต์เข้าไปถึงแต่ถนนไม่ค่อยดีนักเนื่องจากมีหินถล่มบ่อยทำให้ผิวถนนเสียหายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ถนนยังชันและเป็นโค้งหักศอกอีกด้วย เมื่อขึ้นไปเกือบถึงยอดเขาก็จะมีที่จอดรถให้บริเวณใกล้กับผาเดียวดาย ซึ่งระหว่างทางจะเดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยเส้นทางนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณต่างๆ มากมาย ที่น่าสนใจ เช่น ช้องนางคลี หญ้าข้าวกล่ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไม้ใหญ่อื่นๆ ซึ่งมักถูกปกคลุมด้วยมอสเป็นสีเขียวแลดูสดชื่น และยังมีไม้หอมพวกกฤษณาอีกด้วย ใช้เวลาเดินผ่านป่าดิบชื้นนี้ประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดชมวิวผาเดียวดาย แลเห็นเขาสมอปูนทางขวามือและทุ่งงูเหลือมอยู่ตรงกลาง
หากโชคดี เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดายนี้ อาจพบนกหายากบางชนิด เช่น นกเงือก นกปรอดดำ นกแซงแซวหางบ่วง เป็นต้น